: คือเรื่องมันเป็นอย่างงี้ครับ...

  : เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวดิไอ้แมว นี่มึงจะไปเกริ่นอะไรซักหน่อย
......................หรือไม่คิดจะพูดอะไรที่บล็อกนี่แม่งโดนดองจนเค็มขนาดนี้หน่อยรึไง? Foot in mouth
  : กูรีบ....มึงไม่เห็นชื่อเอนทรี่รึไง? ...แต่เพื่อมึงครับไอ้หมี กูทำให้ได้...Innocent  
 
  : แล้วแต่... ตามลำบากเลย...
 
 
Entry นี้ อัพโดย คุณแมว... 
 
หายไปนานเลยนะฮะสำหรับเอนทรี่ป่วยๆ กับคนเขียนป่วยๆ
 
ถ้าดูจากเอนทรี่ล่าสุดทนี่ก็เกือบปีแล้วล่ะฮะ Foot in mouth
 
ไอ้ที่ไม่อัพนี่ก็เพราะ ไม่ค่อยว่างเท่าแต่ก่อนด้วยส่วนนึงล่ะ อีกส่วนนึงที่สำคัญเลยคือ...
 
 
ไอ้แมวขี้เกียจฮะ  
 
 
ยอมรับกันโต้งๆงี้แหละ  คือ....อยากอัพนะ
 
มีเรื่องในมุมมองป่วยๆอยากเล่าให้ฟังเพี้ยบเลย
 
แต่ก็นั่นแหละ....ขี้เกียจเขียนมั่งล่ะ ขี้เกียจวาดรูปประกอบมั่งล่ะ
 
แถม pen mouse ก็มาพังซะอีกแหนะ พาลให้ขี้เกียจวาดขี้เกียจสแกนเข้าไปใหญ่ 
 
ที่มาอัพวันนี้ก็ไม่มีรูปประกอบให้หรอกนะ เล่าแม่งดิบๆงี้เลย
แต่วันนี้แม่งเจอเรื่องสะเทือนใจจนทนไม่ไหว อยากจะมาเล่าให้ใครฟังซักคน....
 
ก็...ไม่ได้เขียนซะนานรู้สึกมันฝืดๆ ไม่รู้จะน่าอ่านรึป่าวนะฮะ
 
แต่เอาวะ ลองดู!!
 
 
 
คือเรื่องมันเป็นอย่างงี้ครับ...
 
วันนี้หลังจากไอ้แมวสอบเนติฯเสร็จประมาณ 6 โมงนิดๆ ก็แว๊บไปเดินเล่นที่ ยูเนี่ยนมอล
 
เดินเรื่อยเปื่อยจนถึงประมาณ 2 ทุ่มหน่อยๆ ก็ตัดสินใจจะกลับบ้าน
 
ไอ้แมวเลยเดินออกไปทางด้านหลังของเซ็นทรัลลาดพร้าว 
 
เพื่อไปข้ามสะพานลอยข้ามวิภาวดี หารถกลับบ้าน 
 
 
เนื่องจากสะพานลอยที่ว่าเนี้ย มันอยู่ใต้ทางด่วนวิภาวดี ก็เลยมืดๆหน่อย 
 
คนเดินข้ามก็ค่อนข้างน้อย นานๆทีจะมีขอทานมานอนขวางทางบ้างพอเป็นกระสัย
 
 
ไอ้แมวก็ขึ้นสะพานลอยมาโดยไม่มีคนเดินตามขึ้นมา ก็เลยเดินอยู่บนสะพานคนเดียว 
 
 
พอเกือบถึงกลางสะพาน ไอ้แมวเห็นมีคนขึ้นมาจากอีกฝั่งนึงของสะพานลอย  
 
ไอ้คนที่เดินสวนเข้ามาเนี้ย พอเห็นชัดๆ กะด้วยสายตาคร่าวๆแล้ว เป็นชายวัย20กว่าๆ น่าจะยังเรียนอยู่
และแต่งกายด้วยเครื่องแบบเกย์อย่างเต็มยศ  
 
 
 
ไอ้แมวและชาย(?)ในเครื่องแบบเกย์คนนั้น สบตากันเบาๆ ในระยะห่างประมาณเกือบ 10 เมตร
 
และตอนนั้นเอง...
 
 
>>><<<
 
 
...รอยยิ้มประหลาด... ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชาย(?)ในเครื่องแบบ..... 
 
 
ด้วยความเป็นคนดีของไอ้แมวก็เลยเดินเบี่ยงหลบไปทางขวา เพื่อให้เดินสวนกันได้สะดวก
 
ระหว่างนั้นไอ้แมวก็เหลือบลงไปมองรถเมล์ข้างล่างเป็นระยะ 
 
 
ปัญหาก็คือ.... แม่งเสือกเดินเบียดมาทางเดียวกับไอ้แมว และตายังคงจับจ้องมาที่ไอ้แมว 
 
 
ในใจไอ้แมวคิดว่า "มึงจะเว้นที่ฝั่งมึงไว้ให้อากงมึงตามขึ้นมาเต้นกังนัมสไตล์รึไงวะไอ้ชาติมะม่วงสุก!!" 
 
 
ชาย(?)ในเครื่องแบบยังคงเดินตรงเข้ามา 
 
และไม่มีทีท่าว่าจะเดินหลบไปทางไหนเลย มุ่งหน้าใกล้เข้ามา เข้ามา เข้ามา ....... เรื่อยๆ
 
คิดว่าจังหวะที่สวนกันไหล่คงชนไหล่แน่นอนถ้าไม่มีฝ่ายไหนหลบซะก่อน
 
ไอ้แมวก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
 
คิดแค่ว่ากูหลบให้มึงแล้วนะ ถ้ากูหลบให้มึงมากกว่านี้ก็คงต้องไปเดินข้่างล่างแล้วล่ะ
 
 
ไอ้แมวยังคงมองรถเมล์ข้างล่างสลับกับมองทางข้างบนเป็นระยะๆ 
 
ในระยะห่างประมาณ 4 เมตร ก่อนจะถึงจุดที่จะเดินสวนกันนั้น
 
รอยยิ้มประหลาดในตอนแรกยังไม่ได้หายไปจากเบ้าหน้าของไอ้ชาย(?)ในเครื่องแบบนั้นเลย..
 
ระยะห่างของเราเริ่มแคบลงเรื่อยๆ....
.
.
.
 
3 เมตร.....
.
.
.
.
 
2 เมตร....
.
.
แว๊บมองรถเมล์ข้างล่าง 
.
.
 
1 เมตร..
 
เมื่อไอ้แมววาดสายตากลับขึ้นมามองทาง....
 
รอยยิ้มประหลาดนั้นยังคงไม่เลือนหายไป
 
แต่สายตาของชาย(?)ในเครื่องแบบคนนั้น ไม่ได้จับจ้องมาที่หน้าของไอ้แมวแล้ว...
 
เพียงแต่มันเลื่อนต่ำลงไปนิดหน่อย .... ต่ำไปอีกนิดนึง  ต่ำอีกนิสสส ต่ำอีกๆ.. เอ่อ นั่นแหละ
 
...
.
.
 
 
ไอ้ชิบหาย!  มึงจ้องง่ามไข่กูตาวาวเชียวนะ!!! 
 
แล้วเดี๋ยวนะ ไอ้มือซ้ายที่มึงผายออกมาข้างตัวนั่นมันคืออะไร!!!
 
ทำไมมึงทำมือเหมือนจะตักจะช้อนอะไรซักอย่างแบบนั้นล่า!!
 
ใครจะได้ใครจะเสียแม่งตัดสินกันใน 1 เมตรข้างหน้านี่แล้วล่ะ!!
.
.
.
.
.
.
 
0 เมตร!!
.
.
.
 
....ในหัวแม่งเห็นเป็นภาพแบบสโลโมชั่นเลยอ่ะ...
 
มือซ้ายข้างนั้นค่อยๆเคลื่อนเข้ามา.. 
 
การขยับกล้ามเนื้อเพียงไม่กี่มัดก็ทำให้ ข้อมือและนิ้วกระดกกวักขึ้นมาราวกับเกลียวคลื่น!!! 
 
ไอ้แมวเอี้ยวตัวและสะโพก หลบวิถีของมือซ้ายข้างนั้นจนพ้น และเห็นมันค่อยๆเคลื่อนผ่านไป
วาดผ่านซิปกางเกงของไอ้แมว ผ่านต้นขาข้างซ้าย และสะกิดโดนแค่หูเข็มขัดไปอย่างเฉี่ยวๆ 
 
เหตุการณ์ทั้งหมดในจังหวะที่เดินสวนกัน เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่ถึงวินาที
 
เรียกได้ว่าหวุดหวิดจะโดนสไลด์ง่ามไข่ 
ชนิดที่ว่าเส้นยาแดงผ่าไข่ เอ้ย! ผ่าแปดกันเลยทีเดียวเชียวแหละ...
 
 
 
เมื่อเดินสวนกันไปได้ 2 3 ก้าว ไอ้แมวหันไปมองแผ่นหลังของชาย(?)ในเครื่องแบบคนนั้น
 
ที่กำลังจ้ำเดินอย่างลุกลี้ลุกลน เหลียวมามองไอ้แมวเป็นระยะๆ 
 
ทิ้งให้ไอ้แมวสตั้นแดกไป 3 วิ
 
.........ตะกี้มึงตั้งใจจะทำอะไรกันแน่วะ 
 
หรือมึงกะจะฉวยเอาจังหวะที่กูไม่ทันได้มองทาง แกล้งทำเหมือนเดินชนกัน 
 
อาศัยช่วงชุลมุนสแคลชไข่กู แล้วขอโทษขอโพยราวกับว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุแบบนั้นสินะ สินะ สินะ...
 
 
ไม่ได้แดกกูหรอกเว้ยยยย ความไวมันเป็นเรื่องของปีศาจนะไอ้น้องงงง อ้อง อ้อง อ้องงง 
 
.
.
.
.
.
แม่งเอ้ย... เกือบไปแล้วมั้ยเล่า 
 
 
จบแม่งดื้อๆ งงๆแบบนี้แหละ 
 
 
 
 
ไฟล์ภาพที่แนบมา
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โอววว สุดยอด ดีใจด้วยที่รอดพ้นมาได้
ว่าแต่ว่า เล่าสนุกมากกกก ฮ่าๆๆๆ

#11 By แอ้ on 2012-10-03 20:26

บอกแล้วให้ตัดไข่ทิ้ง

#10 By mamai (103.7.57.18|58.9.191.51) on 2012-10-01 22:47

เกือบไปแล้ว...เอาซะลุ้นเลยนะคะsad smile

#9 By jamjung on 2012-10-01 22:30

เห็นภาพเลยครับsad smile

#8 By stamp on 2012-10-01 21:36

เห็นภาพมากเลยค่ะ ตอนช่วงไคลแมกซ์เห็นเป็นสภาพสโลโมชั่นเลย

#7 By ฟุงคิก (103.7.57.18|180.180.139.151) on 2012-10-01 15:24

เกือบไปแล้วพี่แมว ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕sad smile

#6 By Σ (゜д゜;) Pizz on 2012-10-01 15:22

เกิงทำ
/ไอ้หมี

#5 By CAB on 2012-10-01 13:52

แม่บอกว่า ไม่ให้ขึ้นสะพานลอยมืดๆนะ มันอันตรายมาก
แล้วถ้าเธอเหมือนผู้หญิงมากกว่านี้ อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น 5555

#4 By มู๋เม (103.7.57.18|182.52.50.152) on 2012-10-01 08:11

ฮาจริง 555555555555Hot! Hot! Hot!
รอดมาได้ก็ดีละค่ะ sad smile
เวรกำละ เวลาไปเซ็นลาดเราขึ้นสะพานตรงนั้นกลับด้วยสิ กำๆๆ

#3 By BAYIA バヤイエア on 2012-10-01 04:00

ขวัญเอ๊ยขวัญมา..

#2 By KANYA on 2012-10-01 03:59

รู้สึกว่าตัวเองเขียนบล็อกได้ฝืดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยแฮะ sad smile

#1 By CAB on 2012-09-30 23:51