อย่าไปร้องงงงงง

posted on 30 Jul 2013 23:14 by cb-friends
Entry นี้ อัพโดย คุณแมว... 
 
 
คิดถึงโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่ได้เหยียบเข้ามาซะนาน ลึกๆในใจคิดว่าคงไม่ได้กลับมาอัพอีกแล้วนะไอ้บล็อกเนี้ย  
 
ก็เหมือนเดิมครับ เจอกันแบบนี้แปลว่าไอ้คนขี้โม้คนนี้มีเรื่องป่วยๆจะมาเล่าให้ฟัง เข้าเรื่องเลยดีกว่าเนอะ?
 
 
-----------------------------------
 
ขอเปิดเอนทรี่ด้วยเพลงนี้ละกัน...
 
 
 
 
ไอ้แมวว่าหลายคนคงเคยผ่านการที่นั่งนึกอะไรอยู่เพลินๆ แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเองกันมาบ้าง 
 
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วใช่มั้ยครับ?  ไอ้แมวก็เคย  
 
แต่ที่จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นกรณีที่ไม่ค่อยจะธรรมดาซักเท่าไหร่ เกิดขึ้นกับไอ้แมวสดๆร้อนๆ
 
ถึงขนาดที่ว่าเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวต้องมาอัพเป็นเอนทรี่นี้นี่แหละ
 
.... อ่านแล้วอย่าร้องไห้ตามละกัน....
 
 
 
เรื่องเริ่มต้นง่ายๆในเย็นวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2556
 
วันนั้นไอ้แมวไปทำงานข้างนอกออฟฟิศ แถวๆสามย่าน พอเสร็จงานก็ขับรถประจำตำแหน่งกลับบ้าน...
.
.
 
 
 
 
 
ไอ้แมววิ่งมาทางถนนพิษณุโลก เพื่อที่จะเลี้ยวเข้าถนนพระราม 5 เลียบวังไปเพื่อหนีรถติดในเมือง
 
ระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์ เป็นช่วงเวลาที่หัวไอ้แมวจะไหลไปเรื่อยเปื่อยสุดๆ 
 
คิดนู้นคิดนี่ คุย/บ่นกับตัวเองไปเกือบตลอดทาง ซึ่งตอนนี้ไอ้แมวกำลังคิดว่า..
 
การขี่มอเตอร์ไซค์บนถนนที่มีรถพลุกพล่านเป็นอะไรที่ไม่สนุกเท่าไหร่นัก
 
ไหนจะต้องมาเสี่ยงภัยกับวินัยจราจรของคนประเทศนี้
 
ไหนจะต้องมาสูดเอาควันพิษจำนวนมหาศาลจากรถรอบๆตัว
 
ไอ้แมวไม่ใช่คนสูบบุหรี่ แต่ถ้าต้องมานั่งดมท่อแบบนี้บ่อยๆ
 
ปอดของไอ้แมวคงสภาพไม่ได้สวยไปกว่าปอดของคนสูบบุหรี่ซักเท่าไหร่
 
ถ้าก๊าสคาร์บอนมอนอกไซด์ จัดเป็นสารเสพติดละก็ ป่านนี้กูคงติดยาไปแล้วมั่งเนี่ย
รู้งี้กูปุ๊นแม่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ปุ๊นแล้วจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแบบที่เขาฮิตๆกันด้วย 
 
 
 
ระหว่างที่ขี่ไปคิดไปเพลินๆนั้น รถก็มาติดไฟแดงที่ แยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ 
แม้ถนนจะโล่งพอที่จะเลี้ยวขวาฝ่าไฟแดงไปได้ แต่ไอ้แมวเป็นคนดีมีวินัยจราจร
 
ก็เลยจอดรอไฟเขียวไปตามระเบียบ... 
 
 
ในตอนนั้นเอง ไอ้แมวได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากอีกด้านนึงของสะพาน
 
และเหลือบเห็นลุงคนนึงวิ่งไปพลางตะโกนโหวกเหวกไม่ได้ศัพท์ไปพลาง ออกมาจากจุดที่มีเสียงเอะอะ
 
 
 
 
 
 
 
 
ท่าทางจะมีเรื่องน่าสนใจแถวๆนี้แฮะ   แต่จะว่าไปไอ้ควันรถกลางสี่แยกนี้แม่งก็กลิ่นแรงเหลือเกินนะ  
 
กลิ่นแม่งอย่างกะเอาสี่แยกซัก 6 7 แยกมารวมกัน
แค่กูบ่นควันรถนิดๆหน่อยๆมึงไม่เห็นต้องมาปล่อยกลิ่นข่มกูขนาดนี่เลยนี่หว่า!! 
 
ก็กลิ่นมึงแม่งบัดซบมากจริงๆนิ!!
 
 
 
ระหว่างที่ทะเลาะกับควันรถอยู่  ไอ้แมวก็เสือกเรื่องของลุงคนตะกี้ไปด้วย
 
เอาวะ ไหนๆก็ต้องมานั่งดมท่อที่แยกนี่แล้ว ขอเสือกหน่อยละกัน
 
ไอ้แมวลองชะโงกไปดูทางที่ลุงคนนั้นวิ่งมาก็เห็นคนฉีดน้ำดับเพลิงจากหัวดับเพลิง 2 หัว 
 
อ้อ ที่แท้ก็ไฟไหม้นี่เอง ไอ้กลิ่นไหม้ๆนี่คงมาจากตรงนั้นสินะ
 
พอมาผสมกับควันรถกลิ่นแม่งเลยแปร่งๆนี่เอง  เหตุการณ์แม่งธรรมดาม๊ากกกกก 
 
กูขอโทษนะควันรถที่กูพูดจาไม่ดีใส่มึง กลิ่นนี่มันไม่ใช่ความผิดของมึงทั้งหมด กูเข้าใจแล้ว
 
 
 
ไอ้เราก็นึกว่าจะมีอะไรแปลกๆ อย่างไล่จับตัวเหี้ยที่กำลังปีนรั้วเข้าทำเนียบอะไรอย่างงี้ซะอีก
น่าเบื่อชะมัด 
 
พอคิดมากก็ชักจะคอแห้งแฮะ  ไอ้กลิ่นเหี้ยนี่ก็แรงเหลือเกิน น้ำมูกกูไหลแล้วเนี่ยเห็นมั้ย!
 
 
ไม่มีอะไรน่าสนใจไอ้แมวก็ได้แต่นั่งรอไฟเขียวต่อไป แล้วอยู่ๆก็....
.
.
.
 
 
 
.
.
.
อ๊ะ....
.
.
.
 
 
 
 
กูจะมาซาบซึ้งเหี้ยอะไรตอนนี้เนี่ย 
 
เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ
กูว่าไม่ใช่และ 
 
คุ้นๆว่าเคยอ่านเจอเรื่องกลิ่นเหม็นไหม้เหมือนใครมาเผากาบมะพร้าวใกล้ๆ แต่มองไปรอบๆไม่มีควัน
 
ไอ้อาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ที่ทำให้คอแห้งและน้ำมูกไหลมากนี่ก็ด้วย
 
ไหนจะความรู้สึกแสบร้อนทั่วใบหน้านี่อีกล่ะ 
 
 
นี่ยังไม่นับว่าจุดที่กูอยู่ เป็นบริเวณใกล้เคียงกับทำเนียบรัฐบาล
 
และเป็นบริเวณที่มีการชุมนุมปิดทำเนียบกันอยู่บ่อยครั้ง....
 
.
.
.
กูว่าชัดแล้ว....
.
.
.
 
 
 
 
 
ครับ..
 
อย่างที่พอจะเดากันได้ ไอ้แมว โดนลูกหลงจาก แก๊สน้ำตา...
.
.
.
.
.
.
 
ไอ้ชิบหาย!!!!!  มึงจะมาสลายการชุมนุมอากงอาม่าอะไรกันตอนนี้ครับ !!!  
 
กูแสบหน้าอย่างกะมีใครเอาพริกตำมายีใส่หน้าอย่างไงอย่างงั้น!!!
 
คอแม่งก็แห้งเป็นผง ขี้มูกก็ย้อยเข้าปาก น้ำตานี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไหลหลากเป็นน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเลย!!!
 
สภาพหน้าตอนนี้แม่งเหมือน ครกที่เพิ่งตำพริกมายังไม่ได้ล้าง เพียงแต่แช่น้ำไว้ให้พอเปียก
 
แถมเสือกมีคนสั่งขี้มูกลงไปอีก!!!
 
 
และที่สำคัญที่สุด!!
.
.
.
.
แม่งยังไฟแดงอยู่เลย!!!  กล้วยทอดเถอะครับ!!! 
 
นี่กูจะต้องมานั่งร้องไห้เพราะว่า "รถติด" เนี่ยนะ!! ขำไม่ออกนะเว้ยยยยย 
 
วินัยจราจรส้นตีนอะไรกูไม่รู้จัก!!! นาทีนี้ขอกูผ่านเถอะนะ!!!
 
 
 
ไอ้แมวและมอเตอร์ไซค์คันอื่นๆ พยายามขอทางรถยนต์ที่แล้นมาอย่างทุลักทุเล
 
โชคดีได้พี่ตุ๊กๆ ช่วยนำขบวนให้  ก็เลยพ้นแยกนั้นออกมาได้
 
 
 
 
พอหลุดออกมา ก็จอดก่อนเลยครับ ขี่ต่อไม่ไหว ตรงนี้มีมอเตอร์ไซค์เลี้ยวมาจอดอยู่ 3 4 คัน
 
 
ดูก็รู้เลยว่าแต่ละคนคงรู้สึกผิดที่ฝ่าไฟแดงออกมาแน่ๆ เพราะเห็นร้องไห้กันถ้วนหน้าทั้งคนขี่คนซ้อน..
ร้องไห้สำนึกผิดที่ทำผิดกฎจราจร... ช่างเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงส่งอะไรอย่างนี้นะ
 
....... ถุ๊ย!!
 
 
จอดกันอยู่ได้แป๊บเดียว ลมแม่งก็พัดเอากลิ่นตามมาอีกแล้ว
ทุกคันจึงพร้อมใจ ออกไปให้พ้นบริเวณนั้นให้มากที่สุด          
 
ไอ้แมวไปเจอพี่ตุ๊กๆอีกคนกำลังล้างหน้าอยู่ก็เลยขอบริจาคน้ำมาล้างด้วย
 
ก็พอบรรเทาอาการแสบร้อนได้บ้าง
 
พอสายตากลับมาปกติ ก็ขี่รถกลับบ้านอย่างปลอดภัย มานั่งเรียบเรียงอัพบล็อกสบายใจเฉิบ 
 
 
 
ระหว่างทางกลับบ้าน ก็มานั่งนึกๆดูแล้วก็รู้สึกว่า
 
กูนี่แม่งโคตรโชคดีเลย!!  
 
นี่ถ้าไม่นับพวกที่ไปชุมนุม  แม่งจะมีซักกี่คนเชียวที่จะมีโอกาสโดนแก๊สน้ำตาวะ? 
 
ไม่มีหรอก!! มีแต่พวกที่ถูกจัดเป็นภัยคุกคาม เป็นผู้ก่อการร้ายนั่นแหละที่โดนกันเป็นประจำ
ประสบการณ์แบบนี้หายากนะเว้ยยย อิจฉากันล่ะสิ! 
 
ยังไงก็ขอให้มีโอกาสได้ลองกันโดยถ้วนหน้านะครับ!
 
 
 
อ่อใช่ สำหรับคนที่สงสัย ว่าทำไมไม่เห็นมีข่าวสลายการชุมนุมที่ไหนเลย 
 
ทีแรกไอ้แมวก็สงสัยครับ ว่าถึงขนาดมีการยิงแก๊สน้ำตา มีการฉีดน้ำสลายการชุมนุม ทำไมไม่มีข่าววะ 
 
ไอ้แมวก็เลยลองหาๆดู ปรากฏว่าเจอ ไอ้นี่ครับ
 
 
 
 
แม่งซ้อมการสลายการชุมนุม.... วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ เป็นวันสุดท้าย
 
โดยจะจำลองสถานการณ์ และใช้อุปกรณ์จริง ในการซ้อมครั้งนี้
 
เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วว่าไอ้แมวโชคดีจะตาย!! นี่ถ้ามาวันอื่นเวลาอื่นก็คงไม่เจอแล้ว!! 
 
 
 
 
 
สำหรับเอ็นทรี่นี้ลากันไปดื้อๆอย่างงี้แหละ  
 
เรื่องนี้สอนไห้รู้ว่า "ร้องไห้ออกมาทำไม เสียดายน้ำตาเปล่าๆ.."
 
 
จบนะ..
 
 
 
ไฟล์ภาพที่แนบมา